Showing posts with label english. Show all posts
Showing posts with label english. Show all posts

Thursday, 11 October 2018

Poor me VS Pity me ตอนที่ 1

Learn Real English;

poor me VS pity me ตอนที่ 1


สำหรับวันนี้ เป็นเรื่องที่ถูกถามมาจากคุณแพรวครับ ความแตกต่างระหว่าง poor me และ pity me ที่เห็นใช้กันในภาษาอังกฤษบ่อยครั้ง


คุณแพรวสงสัยว่า poor me กับ pity me ใช้แทนกันเลยได้ไหม ถ้าได้ เป็นกรณีไหนได้บ้าง เพราะเคยได้ยินคนพูดคำพวกนี้แล้ว จึงไม่ใช่การแปลมา โดยเข้าใจว่าความหมายเดียวกันว่า "ฉันน่าสงสารจัง" ทั้งสอง expression เลย ...


คำตอบคือทั้งสอง expression นี้ใช้แทนกันไม่ได้นะครับ เนื่องด้วยบริบทมันต่างกัน กินใจ โดนใจ คนละแบบ คนละความหมาย ลองอ่านที่ผมเขียนแล้วทำความเข้าใจเลยนะครับ


poor me ออกเสียงว่า "พอร์ มี" ถ้าเป็นสำเนียงแบบอังกฤษ จะไม่ห่อลิ้นที่ตัว r เท่าไหร่นักครับ ทำให้เสียงสระมันไม่ออกด้วย ไม่ถึงขนาดเสียง "พัว" ครับ ส่วนเรื่องควาหมายก็คือ สำนวนนี้เราใช้พูดโดยตัวเราเอง ต่อตัวเราเอง กับสถานการณ์ที่แย่ๆ น่าสงสารอยู่ครับ เช่น ตกรถไฟฟ้า ตกเครื่องบิน ตกรถเมล์ แล้วไปทำธุระสาย ก็กล่าวในใจหรือออกเสียงออกมาได้ หรืออีกกรณีตัวอย่าง คืออาจจะพยายามทำอะไรบางอย่างด้วยความยากลำบาก ต่อสู้มานานแสนนาน แต่สุดท้ายก็ไม่ชนะ ก็อาจจะกล่าวว่า poor me เพื่อแสดงความสงสารต่อตัวเองครับ


ตัวอย่างเช่น 


I've worked so hard on my GCSE and O-level. Yet, I didn't get accepted for the university I wanted. Poor me!
ฉันเรียนหนักมากเลยในการสอบ GCSE และ O-Level แต่อย่างไรก็ตาม ฉันก็เข้ามหาวิทยาลัยที่ฉันต้องการไม่ได้ แย่จัง!!


เราใช้ Poor me พูดกับตัวเองนะครับ แต่หากเราต้องการพูดกับคนอื่น ของสถานการณ์แย่ๆ ของคนอื่น เราจะสลับ me เป็น you เลย กลายเป็น Poor you ไม่ได้นะครับ!! หากว่าได้ยินใครพูดว่า Poor you ใส่คนอื่น นั่นคือเพื่อแสดงความ "เสแสร้งสงสาร" ครับ มักเป็นการหยอกล้อกันในกลุ่มเพื่อนมากกว่าครับ

นั้นคือ ถ้าเราต้องการสื่อว่า "เธอช่างน่าสงสารจัง" ภาษาอังกฤษ จะต้องใช้เป็นสำนวนว่า You poor thing. นะครับ เพราะอันนี้จะแสดงความจริงใจแน่นอนครับ พูดแล้วไม่หันควับ..มาทะเลาะกันต่อนะ ;-)

Your poor thing. ออกเสียงว่า "ยู พอร์ ธิ่ง" นะครับ


ตัวอย่างเช่น


Keith) Oh I slipped in front the bathroom door this morning and everything went wrong all day today.
คีธ) โอ้ ฉันลื่นล้มหน้าประตูห้องน้ำเมื่อเช้านี้ แล้ววันนี้ทั้งวัน ทุกอย่างก็แย่ๆ มีแต่ปัญหาเต็มไปหมดเลย


Babarah) Oh you poor thing.
บาบาร่า) โอ เธอช่างน่าสงสารจัง


คราวหน้า เรามาต่อกัน กับความหมายคำว่า pity me ครับ


ขอบคุณสำหรับการติดตามครับ


Kind regards,
Than x @ Bristol House


Bristol House Miracle of Knowledge
www.BristolHouse.net
Tel: 085-164-6105
BristolHouseEnglish@gmail.com

If I Ain't Got You

World of Music;

คำพูดส่งผ่านความหมายอันไพเราะของเพลงนี้ แสดงออกมาถึงความรู้สึกภายใน ของหัวใจคนมีความรักครับ หัวใจดวงนี้ดูช่างต้องใช้ร่างกายใช้สมองคิดเนื้อเพลง ใช้มือทำท่วงทำนอง ใช้หูฟังปรับเสียงสูงต่ำ ใช้ปากกับทรวงอกจนถึงท้องเปล่งเสียงเนื้อร้อง กว่าจะสื่ออารมณ์ความรู้สึกหัวใจออกมาให้ถึงอีกหัวใจนึงได้ ผมมานั่งคิดดู มันก็หลายขั้นตอนอยู่นะครับ กว่าจะส่งสารกันสำเร็จ .. ผลก็คือ เป็นเพลงที่ฟังแล้วน่าประทับใจนัก ผมแปลเนื้อเพลงเป็นภาษาไทยเพื่อได้เรียนรู้ภาษาอังกฤษดีๆ กันที่นี่ครับ เรียนภาษาอังกฤษจากเพลง ไม่เพียงแต่เนื้อร้องนะครับ แต่ไวยากรณ์ก็ถูกเรียนรู้ได้ครับ ลองสังเกตบริบทภาษาทั้งสองดูในโพ้สนี้ครับ ผมขอเลือกเวอร์ชั่นที่ Maroon 5 ร้องในคอนเสริตนะครับ หวังว่าทุกคนคงชอบพอกัน

With warm wishes,

Than Bristol House x

www.bristolhouse.net/
www.facebook.com/ThanEnglishClub/
www.bristolhouseenglish.blogspot.com/
Call 085-164-6105

========
https://youtu.be/oY6QKqYSf_k
"If I Ain't Got You"

Some people live for the fortune
บางคนมีชีวิตอยู่เพื่อโชค

Some people live just for the fame
บางคนมีชีวิตอยู่เพื่อชื่อเสียง

Some people live for the power, yeah
บางคนมีชีวิติยู่เพื่ออำนาจ เย้

Some people live just to play the game
บางคนมีชีวิตอยู่เพื่อสนุกเล่นเกมส์

Some people think that the physical things
บางคนคิดว่าสิ่งที่เป็นรูปธรรมนั้น

Define what's within
มันจะให้คำนิยามอธิบายสิ่งที่อยู่ภายในได้

And I've been there before
และฉันผ่านจุดนั้นมาแล้ว

But that life's a bore
แต่ชีวิตอย่างนั้นมันคือความน่าเบื่อหน่าย

So full of the superficial
มันช่างผิวเผินนัก

[Chorus:]
Some people want it all
บางคนต้องการอะไรทุกอย่าง

But I don't want nothing at all
แต่ฉันไม่อยากได้อะไรเลยสักอย่าง

If it ain't you, baby
ถ้าฉันไม่มีเธอ ที่รัก

If I ain't got you, baby
ถ้าฉันไม่มีเธอ ที่รัก

Some people want diamond rings
บางคนต้องการแหวนเพชร

Some just want everything
บางคนแค่เพียงต้องการมันทุกสิ่ง

But everything means nothing
แต่แล้ว ทุกสิ่งก็ไม่มีค่าอะไร

If I ain't got you, yeah
หากฉันไม่มีเธอ ที่รัก

Some people search for a fountain
บางคนเสาะหาลานน้ำผุ

That promises forever young
ที่มันสัญญาไว้ซึ่งความเยาว์อยู่เสมอ

Some people need three dozen roses
บางคนต้องการกุหลาบสัก 3 โหล

And that's the only way to prove you love them
แล้วนั่นก็เป็นหนทางเดียวที่จะพิสูจน์ได้ว่าเรารักเขา

Hand me the world on a silver platter
ยื่นแผ่นเสียงสีเงินของโลกมาให้ฉันสิ

And what good would it be
แล้วมันจะมีประโยชน์อะไรละ

With no one to share
เมื่อไม่มีใครจะแชร์กันฟัง

With no one who truly cares for me
เมื่อไม่มีใครจริงๆ ที่แคร์ฉัน

[Chorus:]
Some people want it all
บางคนต้องการมันทุกอย่าง

But I don't want nothing at all
แต่ฉันไม่ต้องการอะไรสักอย่าง

If it ain't you, baby
ถ้าฉันไม่มีเธอ ที่รัก

If I ain't got you, baby
ถ้าฉันไม่มีเธอ ที่รัก

Some people want diamond rings
บางคนต้องการแหวนเพชร

Some just want everything
บ้างก็เพียงต้องการมันทุกอย่าง

But everything means nothing
แต่ว่าทุกอย่างมันไม่มีค่าอะไรเลย

If I ain't got you, you, you
หากฉันไม่มีเธอ ที่รัก

Some people want it all
บางคนต้องการมันทุกอย่าง

But I don't want nothing at all
แต่ฉันไม่ต้องอะไรเลยแม้แต่น้อย

If it ain't you, baby
หากฉันไม่มีเธอ ที่รัก

If I ain't got you, baby
หากฉันไม่มีเธอ ที่รัก

Some people want diamond rings
บางคนต้องการแหวนเพชร

Some just want everything
บางคนเพียงต้องการมันทุกอย่าง

But everything means nothing
แต่ทุกสิ่งก็ไม่มีค่าอะไรเลย

If I ain't got you, yeah
หากฉันไม่มีเธอ ที่รัก

[Outro:]
If I ain't got you with me, baby
หากฉันไม่มีเธออยู่กับฉัน ที่รัก

So nothing in this whole wide world don't mean a thing
ดังนั้น ไม่มีอะไรในโลกอันกว้างใหญ่นี้จะมีค่า มีความหมายอะไรไปได้

If I ain't got you with me, baby
ถ้าฉันไม่มีเธออยู่กับฉัน ที่รัก


แปลเพลง Hello Adele เป็นภาษาไทย

Music Lover;
คนรักดนตรี


เพลงนี้เพิ่งเปิดตัวครับ ผมฟังได้ครั้งเดียวก็ชอบเลย แต่เป็นสิ่งที่น่าแปลกในบรรดาเพลงทั้งหลายที่ Adele แต่งขึ้นมา ผมว่าเพลงนี้ใช้คำศัพท์ภาษาอังกฤษแบบธรรมดามากครับ ไม่มีคำใหญ่คำโตตามสไตล์ของเธอเลย แม้กระทั่งเรื่องราวอุปมาอุปมัยไว้ให้คิดเรื่องราวก็ไม่ซับซ้อนให้ค้นหา เพลงนี้เอาแบบตรงๆ ชัดๆ เลย คาดว่าคงจะเน้นที่ใจความ และเน้นสวมใส่ทำนองเสียงร้องเพราะๆ ให้คนทั้งโลกได้ฟังเพลงแล้วแปลความหมายได้เลยง่ายๆ ในใจ ผมว่าเขาอาจให้สมดุลย์แบบนั้น นี้คืองานที่เน้นคุณภาพความสามารถล้วนๆ จาก Adele ที่ผมเองก็ชื่นชอบมาก ไม่ต้องสร้างกระแส หรือตบแต่งสร้างภาพมากมายครับ วัดที่ความรู้สึกตอนฟังเพลงเลย ผมเห็นข่าวแว็บๆ ว่าขึ้นไปสู่อันดับที่ 1ในการจัดอันดับชาร์ทเพลงที่อังกฤษ ลองมาฝึกเรียนภาษาอังกฤษจากเพลงนี้ครับ ผมแปลเป็นภาษาไทยให้ได้ความหมายให้เข้าใจจากอังกฤษครับ ฝึกไปไปใช้ได้ในเรื่องแกรมม่าต่างๆ ที่ดี ในเพลงนี้ หวังว่าคงชอบกันครับ

With warm wishes,
Than x Bristol House

========
"Hello" Adele
https://youtu.be/YQHsXMglC9A


Hello, it's me
ฮัลโหล่ ฉันเอง

I was wondering if after all these years
ฉันเพียงสงสัยว่า หลังจากหลายปีที่ผ่านมา

You'd like to meet, to go over everything
ฉันอยากจะพบเจอ เพื่อคุยกันทุกเรื่อง

They say that time's supposed to heal ya
เขาว่าเวลาจะช่วยรักษาเรา

But I ain't done much healing
แต่ฉันไม่ได้บำบัดรักษาอะไรมากเท่าไหร่

Hello, can you hear me?
ฮัลโหล เธอได้ยินฉันไหม

I'm in California dreaming about who we used to be
ฉันอยู่ที่แคลิโฟเนีย นึกฝันอยู่ว่าเราเคยเป็นอย่างไรกัน

When we were younger and free
ตอนเรายังเด็กและเป็นอิสระ

I've forgotten how it felt before the world fell at our feet
ฉันลืมไปแล้วว่าที่ผ่านมามันยากลำบากเพียงใด ก่อนที่อะไรมันจะดีขึ้น

There's such a difference between us
เราก็มีความแตกต่างกันมาก

And a million miles
และห่างกันเป็นล้านไมล์

Hello from the other side
ฮัลโหล จากอีกฝากฝั่งหนึ่ง

I must've called a thousand times to tell you
ฉันโทรไปเป็นพันครั้งได้แล้วมั๊ง เพื่อบอกเธอ

I'm sorry, for everything that I've done
ฉันเสียใจกับทุกสิ่งที่ได้ทำไป

But when I call you never seem to be home
แต่เวลาฉันโทรหาเธอ เธอไม่เคยอยู่บ้าน

Hello from the outside
ฮัลโหล จากคนข้างนอก

At least I can say that I've tried to tell you
อย่างน้อยฉันก็พูดได้ว่าฉันได้พยายามบอกเธอแล้ว

I'm sorry, for breaking your heart
ฉันเสียใจ ที่ฉันทำให้หัวใจเธอแตกสลาย

But it don't matter, it clearly doesn't tear you apart anymore
แต่มันก็ไม่เป็นไรหรอก มันชัดเจนแล้วว่าเธอไม่เสียใจอีกแล้ว

Hello, how are you?
ฮัลโหล เธอสบายดีไหม?

It's so typical of me to talk about myself
เป็นเรื่องปกตินั่นแหละที่ฉันพูดเรื่องตัวเอง

I'm sorry, I hope that you're well
ฉันเสียใจ ฉันหวังว่าเธอสบายดี

Did you ever make it out of that town
เธอได้ย้ายออกไปจากเมืองหรือเปล่า

Where nothing ever happened?
ที่ที่มันไม่มีอะไรเกิดขึ้น

It's no secret
มันไม่ใช่ความลับหรอก

That the both of us are running out of time
ว่าเราทั้งสองนั้นหมดเวลากันแล้ว

So, hello from the other side
ฮัลโหล จากอีกฝากฝั่งหนึ่ง

I must've called a thousand times to tell you
ฉันโทรไปเป็นพันครั้งได้แล้วมั๊ง เพื่อบอกเธอ

I'm sorry, for everything that I've done
ฉันเสียใจ สำหรับทุกสิ่งที่ได้ทำลงไป

But when I call you never seem to be home
แต่โทรไปเมื่อไหร่ เธอก็ดูเหมือนจะไม่เคยอยู่บ้านเลย

Hello from the outside
ฮัลโหล จากคนข้างนอก

At least I can say that I've tried to tell you
อย่างน้อยฉันก็พูดได้ว่าฉันได้พยายามจะบอกเธอแล้ว

I'm sorry, for breaking your heart
ฉันเสียใจ ที่ทำให้หัวใจเธอแตกสลาย

But it don't matter, it clearly doesn't tear you apart anymore
แต่มันก็ไม่เป็นไรหรอก มันชัดเจนแล้วว่าเธอไม่ได้รู้สึกเสียใจอะไรอีกแล้ว

Ooooohh, anymore
โอว อีกแล้ว

Ooooohh, anymore
โอว อีกแล้ว

Ooooohh, anymore
โอว อีกแล้ว

Anymore
อีกแล้ว

Hello from the other side
ฮัลโหล จากอีกฝากฝั่งหนึ่ง

I must've called a thousand times to tell you
ฉันโทรหาเป็นพันครั้งแล้ว เพื่อบอกเธอ

I'm sorry, for everything that I've done
ฉันเสียใจ สำหรับทุกสิ่งที่ฉันทำไป

But when I call you never seem to be home
แต่โทรไปเมื่อไหร่ เธอก็ไม่เคยอยู่บ้าน

Hello from the outside
ฮัลโหล จากคนข้างนอก

At least I can say that I've tried to tell you
อย่างน้อยฉันก็พูดได้ว่าฉันได้พยายามแล้ว ที่จะบอกคุณ

I'm sorry, for breaking your heart
ฉันเสียใจ ที่ทำให้หัวใจเธอแตกสลาย

But it don't matter, it clearly doesn't tear you apart anymore
แต่มันก็ไม่เป็นไรหรอก มันชัดเจนแล้วว่าเธอไม่ได้รู้สึกเสียใจอะไรอีกแล้ว


Wednesday, 26 September 2018

ความแตกต่างกันระหว่างใช้ will กับ be+going+to ทางด้านความหมายครับ

Grammar เป๊ะ!!;
ความแตกต่างกันระหว่างใช้ will กับ be+going+to ทางด้านความหมายครับ


สวัสดีปีใหม่ครับ ผม Than เองครับ หวังว่าทุกท่านกำลังมีความสุขกับมากๆ ในวันใหม่ เดือนใหม่ ของทั้งปีใหม่นี้ครับ


ข้อมูลสำหรับการเรียนภาษาอังกฤษกับบริสตอลเฮ้าส์ของเรา ทั้ที่สอนสด และออนไลน์ สมัครเรียนได้ทันทีผ่านเว็ปไซต์ www.bristolhouse.net ครับ เรียนกับผมวันนี้ครับ โทร 085-164-6105


ฉบับวันนี้ผมจะเขียนอธิบายเรื่องแกรมม่าที่เป็นประโยชน์สำหรับหลายท่านที่อ่านครับ พอดีว่ามีน้องอยู่จังหวัดหนึ่งทางภาคใต้ของประเทศไทยครับ ส่งข้อความสอบถามมาว่า 4 ประโยคนี้ใช้ A) will หรือ B) is/am/are going to อย่างไร เราลองมาพิจารณากันครับ


กรณีแกรมม่าสื่อความหมายของ 2 กรณีนี้ ถูกถามมาครับ ว่าการใช้ will กับ is/am/are going to มันแตกต่างกันไหม แน่นอนครับผมตอบได้เลยว่าแตกต่างกันมาก และใช้สลับกันในทุกกรณีไม่ได้นะครับ


เมื่อเรายิ่งเรียนรู้อยู่ตลอดจะทำให้เราเก่งขึ้นเรื่อยๆครับ สิ่งทีผมอยากให้พวกเราอ่านและได้ยินข้อความก็คือว่า เราใช้ will เพื่อบอกว่า "คาดว่าจะทำ โดยไม่มีแผนการ" ครับ ส่วนตัว be going to โดยให้ผัน be เป็น is am หรือ are ตามประธานตัวหน้า สำนวนคำนี้หมายถึง "ตัดสินใจว่าจะทำ" ครับ นั้นคือถ้ามองแบบผิวเผินแล้ว be going to เป็นเหตุการณ์ที่มีความน่าจะเกิดขึ้นจริงมากกว่าเหตุการณ์ที่ใช้ will ครับ โดยรวมเป็นอย่างนั้น ทั้งนี้ทั้งนั้นเราต้องพิจารณาบริบทของ "กริยา" ที่ใช้ด้วยนะครับ ทั้ง will และ be going to ต้องตามด้วยกริยา Verb base ครับ คือไม่ต้องเติม s ใดๆ ครับ


1) I am so tired now. When I get home, I ____ sit down and relax.

2) I'm busy after school. I _____ visit my grand-parents.

3) I'm doing something at the moment. I _____ help you later.

4) There is too much to study for the test. I _____ never remember everything.


ลองทำดูสิครับ ดูสิว่าตอบว่าอะไร ..


เฉลยนะครับ เมื่อเรามองอย่างละเอียดนะครับ


ข้อ 1) I am so tired now. When I get home, I ____ sit down and relax. แปลว่า "ฉันเหนื่อยมากเลยตอนนี้ เมื่อฉันไปถึงบ้าน ฉัน "จะ" นั่งพักและรีเล็กซ์สักหน่อย บริบทนี้ชัดเจนมากครับว่า "คิดจะทำอย่างแน่วแน่ และมีความน่าจะเกิดขึันมาก" จึงต้องตอบว่า I am going to sit ... นะครับ


ข้อ 2) I'm busy after school. I _____ visit my grand-parents. แปลว่า "หลังเรียนเสร็จฉันไม่ว่างจริงๆ ฉัน "จะ" ไปเยี่ยมปูย่าตายาย ของฉัน คำว่า "จะ" ตรงนี้ก็มีความแน่นอนเช่นกันครับ ตัดสินใจแล้วว่าจะทำแน่ ทำให้ตัวเองยุ่งกับกิจกรรมนี้ คำตอบที่ถูกต้องจึงเป็น I'm going to visit .. ครับ


ข้อ 3) I'm doing something at the moment. I _____ help you later. แปลว่า "ฉันกำลังทำบางอย่างอยู่ตอนนี้ ฉัน "จะ" ช่วยคุณทีหลัง" พิจารณาดูที่บริบทว่า "จะช่วยคุณทีหลัง" นี้ มันไม่มีความแน่นอนนะครับว่าจะทำตอนไหน เพราะใจความคือเหตุผลที่บอกประโยคหน้า ดังนั้น การ "จะช่วย" นี้ถือเป็นเรื่องที่คาดว่าจะทำ แต่ไม่แน่ครับ คำตอบที่ถูกต้องจึงเป็น I will help ... ครับ


ข้อ 4) There is too much to study for the test. I _____ never remember everything. แปลว่า "มีอะไรต้องอ่านเยอะมากเลย เพื่อทำข้อสอบนี้ ฉันไม่มีทางจะจำทุกอย่างได้หมดแน่" แน่นอนครับ เมื่อเรามองบริบทถูกต้อง ตรงนี้คือ "ไม่มีทางจะจำอะไร..." มันเป็นการคาดการ ที่ไม่แน่นอน เพราะบางทีอ่านๆ ไปอาจจะจำได้หมดก็ได้นิครับ ตอนนี้เพียงพูดว่า "ไม่มีทางจะจำได้หมดหรอก" ไม่มีความแน่นอนว่าจะเกิดขึ้น ดังนั้นแกรมม่าถูกต้องเป๊ะที่ใช้ประโยคนี้คือ "I will never remember.." นะครับ


นั้นคือความสำคัญของแกรมม่าภาษาอังกฤษครับ ใครจะว่าไม่สำคัญไม่จริงหรอกครับ ที่ถูกต้องคือต้องฝึกอย่างถูกต้องและทำบ่อยๆ ครับ



หากสนใจเรียนภาษาอังกฤษกับผม โปรดเข้าไปเลือกคอร์สที่สนใจได้ที่ www.bristolhouse.net ครับ ติดต่อทางโทรศัพท์ได้ทางเบอร์ 085-164-6105 ครับ ปีใหม่แล้วต้องเรียนรู้ภาษาอังกฤษอยู่เรื่อยๆ ครับ



ขอบคุณสำหรับการติดตาม สำหรับท่านใดที่ต้องการสนับสนุนโรงเรียนออนไลน์ของเรา สามารถโอนเงินเข้าธนาคารกสิกรไทยได้ครับ ชื่อบัญชี "บริสตอลเฮ้าส์" เลขที่ "388-2-97788-8" ท่านใดอยู่ต่างประเทศสามารถโอนเงินผ่าน paypal เข้าบัญชีอีเมล์ "bristolhouse.schoolofEnglish@gmail.com" ก็ได้ครับ ขอขอบคุณสำหรับการสนับสนุนจากทุกท่านครับ



เจอกันโพ้สต่อไปครับ โดยผมจะภาพนักเรียนที่เรียนจบบริสตอลเฮ้าส์คอร์สส่วนตัว TOEIC Masterclass คอร์สล่าสุด มาฝากกันครับ

Happy new year with best wishes,

Than x Bristol House xx

Bristol House School of English
Visit and study English at www.bristolhouse.net
www.facebook.com/ThanEnglishClub/
www.youtube.com/channel/UCqtpB0APy3Iy6ZPScLdjlZg
Enrich your English at Bristol House Today
call 085-164-6105
email BristolHouse.SchoolofEnglish@gmail.com

Bristol House Miracle of Knowledge