Showing posts with label expression. Show all posts
Showing posts with label expression. Show all posts

Monday, 15 October 2018

Present Simple VS Present Continuous

Grammar เป๊ะ!!


2 Tense ระหว่าง Present Simple กับ Present Continuous เราใช้แตกต่างกันเสมอนะครับ ภาษาอังกฤษผันและดิ้นกันมากมายตามประสงค์ที่เราต้องการจะสื่อ นี่จืงเป็นหลักสำคัญมากที่เราต้องผันให้ถูกต้อง สำหรับผู้กำลังพัฒนาภาษาอังกฤษขั้นพื้นฐาน เวลาปฏิบัติจริง ต้องแยกระหว่าง 2 Tense นี้ให้ออกนะครับ


Present Simple ฟอร์มของมัน คือ "V/1" โดยผันตามประธาน เพื่อบอกครับ ว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น "อย่างถาวร" "เป็นจริง" "เป็นนิสัย" หรือ "เป็นประจำ"


ถ้าประธานเป็น He, she, it, หรือบุคคลที่ 3 คนเดียว หรือเอกพจน์หนึ่งจำนวน ใช้กริยาที่เติม s ไม่ก็ es ตามพื้นฐานดั่งเดิมครับ
ถ้าประธานเป็น You, we, they หรือบุคคล หรือสิ่งใด ที่หลายจำนวนตั้งแต่ 2 ขึ้นไป ใช้กริยาช่อง 1 โดยไม่เพิ่มเติมใดๆ ครับ
ถ้าประธานเป็น I หากต้องใช้กับกริยาแท้ ก็ใช้รู้ธรรมดา ไม่เติมใดๆ ครับ ถ้าต้องเป็น verb to be เราใช้ 'am' นั่นเอง


เช่นว่า
Susan loves learning new things.
ซูซานชอบเรียนรู้สิ่งใหม่

Thomas never comes to class late.
โทมัสไม่เคยมาเรียนสาย

They are lovely people.
พวกเขาเป็นคนน่ารัก


**** ****
Present Continuous มีฟอร์ม คือ "verb.to.be + Ving" โดยผัน verb.tobe ตามประธานครับ เราใช้ Tense นี้ในภาษาอังกฤษ เพื่อบอกว่าเหตุการณ์มันเกิดขึ้น "ชั่วคราว" "กำลังเกิดขึ้นขณะพูดนี้ และจะจบลง" หรือ "กำลังทำอยู่ ณ ตอนนี้ที่พูด" ครับ

ผัน Agreement of subject and verb ตรงนี้ ให้สัมพันธ์กันระหว่างประธานกับ verb to be ตัวแรกตัวเดียวครับ ได้ว่า
ถ้าประธานเป็น He,she, it หรือบุคคลที่ 3 ที่เป็นเอกพจน์ เราใช้ คำว่า is
ถ้าประธานเป็น You, we, they, หรือบุคคลที่ 3 ที่เป็นพหูพจน์ เราใช้คำว่า are
ถ้าประธานเป็น I เราจะมีความพิเศษบอกหน่อย โดย verb to be ที่ใช้คือ am นั่นเองครับ

เช่นว่า

Andrew is discussing his points.
แอนดรูกำลังอภิปรายเรื่องประเด็นของเขาอยู่

We are going to London.
พวกเรากำลังไปลอนดอนกัน

They are studying English with their friends at the moment.
พวกเขากำลังเรียนภาษาอังกฤษกับเพื่อนเขาอยู่ตอนนี้

**** ****
ตัวที่ใช้ประกอบคู่กับ Tense เราเรียกว่า adverb of time ครับ มักนิยมใช้คู่กันดังนี้ครับ

Adverb ของ Present Simple มีดังนี้
once a… (เกิดขึ้นทุกหนึ่งครั้ง ในเวลา.....)
once every ... (ทุกๆ ___ ครั้ง)
sometimes (บางครั้ง)
three times a…(เกิดขึ้น 3 ครั้งทุกๆ ____เวลา)
twice a…(เกิดขึ้น 2 ครั้ง ทุกๆ________เวลา)
usually (ปกติแล้ว)
… a day ( เกิดขึ้น ___ต่อวัน)
… a month (เกิดขึ้น____ต่อเดือน)
… a week (เกิดขึ้น____ต่อสัปดาห์)
… a year (เกิดขึ้น____ต่อปี)
always (เสมอ)

ส่วน adverb ของ Present Continuous เช่นดังนี้ครับ
(right) now (ขณะนี้)
at the moment (ตอนนี้)
at… o’clock (ตอน กี่โมง ชั่วคราว)
currently (ณ ตอนนี้)
presently (ในปัจจุบันนี้)
in fall/ in autumn (ในช่วงฤดูใบไม้ร่วง ชั่วคราว)
in spring (ในฤดูใบไม้พลิ ชั่วคราว)
in summer (ในฤดูร้อน ชั่วคราว)
in the afternoon (ในตอนกลางวัน ชั่วคราว)
in the evening (ในตอนเย้น ชั่วคราว)
in the morning (ในตอนเช้า ชั่วคราว)
in winter (ในฤดูหนาว ชั่วคราว)

พอเราเข้าใจพื้นฐานนี้แล้วก็ใช้ง่าย สบายครับ ยิ่งถ้าเป็นในข้อสอบ ก็ตอบถูกได้ไม่ยากครับ ระหว่าง 2 กาลเวลา แต่ยังไงขอให้ตรวจดู บริบท ของประโยคอีกทีนะครับจะจำไปหมดเลยว่า adverb ตัวนี้ใช้กับ Tense นี้ เสมอไปคงไม่ได้คับ ต้องดูว่า บริบทประโยคเป็นเรื่อง ถาวร (Present Simple ) หรือ ชั่วคราว(Present Continuous) นะครับ สำคัญมากครับ

ขอบคุณสำหรับการติดตามครับ

Best wishes,

Than x @ Bristol House
Call 085-164-6105

Thursday, 11 October 2018

Poor me VS Pity me ตอนที่ 1

Learn Real English;

poor me VS pity me ตอนที่ 1


สำหรับวันนี้ เป็นเรื่องที่ถูกถามมาจากคุณแพรวครับ ความแตกต่างระหว่าง poor me และ pity me ที่เห็นใช้กันในภาษาอังกฤษบ่อยครั้ง


คุณแพรวสงสัยว่า poor me กับ pity me ใช้แทนกันเลยได้ไหม ถ้าได้ เป็นกรณีไหนได้บ้าง เพราะเคยได้ยินคนพูดคำพวกนี้แล้ว จึงไม่ใช่การแปลมา โดยเข้าใจว่าความหมายเดียวกันว่า "ฉันน่าสงสารจัง" ทั้งสอง expression เลย ...


คำตอบคือทั้งสอง expression นี้ใช้แทนกันไม่ได้นะครับ เนื่องด้วยบริบทมันต่างกัน กินใจ โดนใจ คนละแบบ คนละความหมาย ลองอ่านที่ผมเขียนแล้วทำความเข้าใจเลยนะครับ


poor me ออกเสียงว่า "พอร์ มี" ถ้าเป็นสำเนียงแบบอังกฤษ จะไม่ห่อลิ้นที่ตัว r เท่าไหร่นักครับ ทำให้เสียงสระมันไม่ออกด้วย ไม่ถึงขนาดเสียง "พัว" ครับ ส่วนเรื่องควาหมายก็คือ สำนวนนี้เราใช้พูดโดยตัวเราเอง ต่อตัวเราเอง กับสถานการณ์ที่แย่ๆ น่าสงสารอยู่ครับ เช่น ตกรถไฟฟ้า ตกเครื่องบิน ตกรถเมล์ แล้วไปทำธุระสาย ก็กล่าวในใจหรือออกเสียงออกมาได้ หรืออีกกรณีตัวอย่าง คืออาจจะพยายามทำอะไรบางอย่างด้วยความยากลำบาก ต่อสู้มานานแสนนาน แต่สุดท้ายก็ไม่ชนะ ก็อาจจะกล่าวว่า poor me เพื่อแสดงความสงสารต่อตัวเองครับ


ตัวอย่างเช่น 


I've worked so hard on my GCSE and O-level. Yet, I didn't get accepted for the university I wanted. Poor me!
ฉันเรียนหนักมากเลยในการสอบ GCSE และ O-Level แต่อย่างไรก็ตาม ฉันก็เข้ามหาวิทยาลัยที่ฉันต้องการไม่ได้ แย่จัง!!


เราใช้ Poor me พูดกับตัวเองนะครับ แต่หากเราต้องการพูดกับคนอื่น ของสถานการณ์แย่ๆ ของคนอื่น เราจะสลับ me เป็น you เลย กลายเป็น Poor you ไม่ได้นะครับ!! หากว่าได้ยินใครพูดว่า Poor you ใส่คนอื่น นั่นคือเพื่อแสดงความ "เสแสร้งสงสาร" ครับ มักเป็นการหยอกล้อกันในกลุ่มเพื่อนมากกว่าครับ

นั้นคือ ถ้าเราต้องการสื่อว่า "เธอช่างน่าสงสารจัง" ภาษาอังกฤษ จะต้องใช้เป็นสำนวนว่า You poor thing. นะครับ เพราะอันนี้จะแสดงความจริงใจแน่นอนครับ พูดแล้วไม่หันควับ..มาทะเลาะกันต่อนะ ;-)

Your poor thing. ออกเสียงว่า "ยู พอร์ ธิ่ง" นะครับ


ตัวอย่างเช่น


Keith) Oh I slipped in front the bathroom door this morning and everything went wrong all day today.
คีธ) โอ้ ฉันลื่นล้มหน้าประตูห้องน้ำเมื่อเช้านี้ แล้ววันนี้ทั้งวัน ทุกอย่างก็แย่ๆ มีแต่ปัญหาเต็มไปหมดเลย


Babarah) Oh you poor thing.
บาบาร่า) โอ เธอช่างน่าสงสารจัง


คราวหน้า เรามาต่อกัน กับความหมายคำว่า pity me ครับ


ขอบคุณสำหรับการติดตามครับ


Kind regards,
Than x @ Bristol House


Bristol House Miracle of Knowledge
www.BristolHouse.net
Tel: 085-164-6105
BristolHouseEnglish@gmail.com