Tuesday, 9 October 2018

พระบรมราโชวาท ร.๙ ใจความ ศิษย์กับครู (ตอน 2)

Royal Guidance พระบรมราโชวาท;


Continues.. ต่อกันครับ


หลายคนที่ต้องทำงานกับบริษัทที่ต้องสื่อสารภาษาอังกฤษกับต่างชาติ แน่นอนว่าความเก่งของการเขียนภาษาอังกฤษที่ดี และถูกต้อง จะเป็นผลทำให้การสื่อสารรู้เรื่อง และที่สำคัญ ได้รับความเคารพอย่างดีจากชาวต่างชาติครับ คงเป็นเช่นเดียวกับสมัยที่ผมทำงานอยู่ในประเทศอังกฤษที่ฝรั่งเอง หากสื่อสารภาษาอังกฤษด้วยแกรมม่าดีเขาจะทำงานดีๆ อัตราเงินเดือนสูงๆ กันครับ


หากคุณอยากเก่งภาษาอังกฤษ ลงเรียนภาษาอังกฤษกับผมนะครับ ไม่ว่าจะเป็นคอร์สสดซึ่งเรียนที่สำนักงานสาขาบามด-พระราม๒ (http://bristolhouse.net/english-language-course.php) หรือเรียนออนไลน์ทางอินเตอร์เน็ตเมื่อใดก็ได้ที่คุณสะดวก ผมอัดวีดีโอเนื้อหาแต่คอร์สไม่ซ้ำกันเลยครับ ติดตามลงเรียนได้ทันที และผมเป็นคนตรวจการบ้านเองครับ (http://bristolhouse.net/reg_onlinecourse.php) หรือหากท่านใดสนใจเรียนส่วนตัวก็ติดต่อนัดวันเวลากันได้นะครับ มีเนื้อหาที่จัดเตรียมให้ทุกท่านได้อย่างเหมาะสมครับ (โทร 085-164-6105)


พระบรมราโชวาท ทรงตรัสต่อไว้ว่า..


“..การจะเรียนให้ได้อย่างนั้น จะทำอย่างไร ก็ต้องเข้าใจว่า เราจะต้องมีวิชาสำหรับสร้างตัวให้มีความสุขความเจริญต่อไปข้างหน้า ถ้าไม่ขวนขวายศึกษาเสียแต่ต้นจะไม่มีโอกาส จะทำให้ชีวิตอับเฉาและเป็นคนไร้ประโชยน์ เพราะไม่มีความรู้ติดตัว”


ประโยคแรกก่อนนะครับ เราเขียนอย่างไรดี เมื่อคุณผู้อ่านได้อ่านจนจบ ก็เข้าใจหลักการผันกันของภาษาอังกฤษอย่างดีทีเดียวครับ


“..การจะเรียนให้ได้อย่างนั้น จะทำอย่างไร” ประโยคนี้มีความหมายเป็นคำถามเพื่อส่งทอดเหตุผลอธิบายต่อในประโยคต่อไป วิธีที่ไพเราะที่สุด เราทำเป็นประโยคคำถามง่ายๆ ก็พอครับ เพราะมันควรเป็นเพียง Transition เพื่อต่อไปประโยคต่อไป หากเราเขียนยาวเกินไปแล้วอาจทำให้สมาธิหลุดครับ แล้วเราก็ใส่ adverb ที่สื่อ เอาไว้ขยายท้ายประโยค ได้ว่า


How to do that precisely?


“..ก็ต้องเข้าใจว่า” เราสังเกตได้ว่าโครงสร้างพื้นฐานจากภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษนั้นคล้ายคลึงกัน คือมี ประธาน+กริยา+กรรม+ส่วนขยาย นะครับ แม้ส่วนใหญ่ภาษาไทยเรานั้นประโยคไม่ต้องมีประธานก็สื่อสารเข้าใจได้ แต่ภาษาอังกฤษเราทิ้งประธานไม่ได้นะครับ หากพูดถึงคนทั่วไปก็อาจใช้ One ก็ได้ครับ เป็นสรรพนามที่เหมาะสมในบรบทนี้ จึงสร้างเป็น active voice sentence ได้ว่า


One should understand that

สังเกตว่า แม้ภาษาไทยกล่าวว่า “ต้องเข้าใจ” ถ้าเราอยากแปลตรงๆ ให้เห็นคำว่า “ต้องทำ” โดยใช้คำว่า must ก็ไม่ผิดนะครับ เพราะเราได้เห็นรูปประโยคภาษาไทยมาก่อน อย่างไรก็ตาม เมื่อใช้ must อาจดูแรงได้ในแนวคำสั่งที่จะต้องทำ ในที่นี้ “ต้องเข้าใจ” มีบรบทเป็น “หน้าทีที่พึงกระทำ” ผมจึงเลือกใช้ should understand ในคราวนี้ ดีกว่าครับ


“..เราจะต้องมีวิชาสำหรับสร้างตัวให้มีความสุขความเจริญต่อไปข้างหน้า”


โดยเราจะนำ “กรรม” ของประโยคว่า “วิชา” คือ knowledge แล้วจะขยายต่อด้วย infinitive ดังนั้นจึงเฉพาะเจาะจงได้ จำต้องใส่ the นะครับตรงนี้


ได้ว่า
One must have the knowledge ..


ส่วนการขยายต่อ ของความหมาย “สำหรับสร้างตัว..” ตรงนี้มีความหมายเป็น “จุดเริ่ม” ครับ เราอาจนึกถึงสำนวนภาษาอังกฤษใกล้ตัวที่ใช้กันบ่อย ที่หมายถึงจุดเริ่มต้นของสิ่งต่างๆ สำนวนว่า “to start with” ครับ


ได้ว่า
One must have the knowledge to start with..


จากนั้น เนื่องด้วย Verb คำว่า “start” ในกรณีนี้เราต้องการขยายเรื่องต่อ ต้องตามด้วย preposition ‘in’ และคำนามครับ เพราะส่วนนี้เราถือเป็น adverb clause ที่ช่วยสื่อความหมายขยายจากนาม “knowledge” มา ถ้าขาดตรงนี้จะดูห้วนๆ จึงเป็นสิ่งสำคัญที่เราจะต้องขยายต่อจาก adverb clause นี้ครับ แล้วถ้านึกถึงสำนวนใช้ได้ถูกต้องเมื่อไหร่ ใช้ได้เลยครับ ภาษาอังกฤษจะใช้สำนวนกันทั้งวันครับ.. โดยในความหมายว่า “สร้างตัว (ไปสู่)” ให้ไพเราะ เรามีสำนวนว่า “make your way to.. “ ครับ จึงดำเนินการทำ make ให้เป็น “คำนาม” ซะครับ โดยใส่ ‘ing’ เข้าไป ครับ แล้วตามด้วย “กรรม” ตรงๆ ได้เลยครับ โดยไม่ต้องเฉพาะเจาจงตรงกรรมนี้ครับ


ได้ว่า
one must have the knowledge to start with in making your/the way to future happiness and prosperity.


แก้ คำนำหน้าคำนาม จาก your เป็น the ดีกว่าในโอกาสนี้ครับ ให้สัมพันธ์กับประธาน one ครับ


ได้ว่า
one must have the knowledge to start with in making the way to future happiness and prosperity.


ต่อนะครับ


“..ถ้าไม่ขวนขวายศึกษาเสียแต่ต้นจะไม่มีโอกาส .. “


ตรงนี้เราก็ใช้โครงสร้างประโยคเงื่อนไขได้เลยครับ ความพอเหมาะพอเจาะมีอยู่ดี เงื่อนไขนี้ “เป็นไปได้จริง”

จึงได้ว่า

If you don’t have the initial endeavour to study then there will be no chance.


“ จะทำให้ชีวิตอับเฉาและเป็นคนไร้ประโชยน์ “
ส่วนนี้ มีความหมายสืบเนื่องจากประโยคก่อน นั่นคือมันยังอยู่ในประโยคเงื่อนไขอยู่ จึงจบประโยคไม่ได้ครับ

จึงอาจต่อได้ด้วย and

ได้ว่า
and life will be gloomy and useless


ส่วนนี้ แม้ในภาษาไทยเขียนว่า “เป็นคนไร้ประโยชน์” แต่ในภาษาอังกฤษเราต้องรักษาโครงสร้างหลักเอาไว้ หากเราแตกประโยคย่อยโดยเพิ่มประธานใหม่จะทำให้สับสนได้ครับ อย่างนี้ถือว่าความหมายใช้ได้ครับ


“..เพราะไม่มีความรู้ติดตัว”

ตรงนี้ ทำเป็น prepositional phrase ก็พอครับ นั่นคือ because of แล้วตามด้วย คำนาม
ได้ว่า

because of not having knowledge available.


รวมกันทั้งหมดครับ ได้ว่า


How to do that precisely? One should understand that one must have the knowledge to start with in making the way to future happiness and prosperity. If you don’t have the initial endeavour to study then there will be no chance and life will be gloomy and useless because of not having knowledge available.



ที่เหลือมาต่อกันคราวหน้านะครับ


ท่านใดอยากเขียนภาษาอังกฤษเก่งๆ สามารถเรียนคอร์ศส่วนตัว Writing กับผม หรือลงเรียนคอร์ส IELTS Life ก็ได้นะครับ ข้อมูลในเว็ปมีอยู่ครับ เราจะฝึกเขียนหลากหลายโครงสร้างประโยคแบบ Advance เลยครับ รับรองเรียนแล้วสนุก นำความรู้ไปเขียน essay หรือพวก academic writing ต่างๆ ได้สบายเลยครับ ลงเรียนวันนี้ โทร 085-164-6105


Happy Holidays Everyone,

Thanx Bristol House

www.bristolhouse.net
www.facebook.com/ThanEnglishClub/
BristolHouseThailand@yahoo.com
เรียนภาษาอังกฤษ ติดต่อ 085-164-6105

Sunday, 7 October 2018

พระบรมราโชวาท ร.๙ ใจความ ศิษย์กับครู (ตอน 3)

Royal Guidance
พระบรมราโชวาท;


สวัสดีปีใหม่ 2559/2016 ครับทุกท่าน ผมชื่อแทนครับ เรามาต่อกันเลยนะครับ เรื่องการแปลพระบรมราโชวาทบทหนึ่ง เกี่ยวกับคุณค่าของการศึกษาครับ


จากโพ้สก่อนหน้า ได้แปลไปส่วนหนึ่ง ได้ใจความเป็นภาษาอังกฤษดังนี้ครับ


The most important responsibility of a student is to study with all one’s strength and to do so successfully. How to do that precisely? One should understand that one must have the knowledge to start with in making the way to future happiness and prosperity. If you don’t have the initial endeavour to study then there will be no chance and life will be gloomy and useless because of not having knowledge available.

เรามาต่อกันครับ จากประโยคต่อว่า

"เมื่อเข้าใจแล้วอย่างนี้ จะได้รักเรียน ขยันเรียนด้วยความบากบั่นอดทน" อาจเขียนเป็นภาษาอังกฤษได้ว่า

Once this is understood, you will enjoy studying, will make an effort to do it perseveringly and patiently.
เนื่องจากความหมายมีความเป็นเงื่อนไขกันอยู่ จริงใช้โครงสร้าง IF Clause ครับ โดยเปลี่ยนจาก If เป็น Once ครับ

ส่วนในประโยคต่อไป เราเสมือนกับ “แชร์” ประธานของ Main clause คำว่า “you” ไว้กับอีก clause ด้านหลังนะครับ จึงละไปเลย แต่ต้องมาต่อโครงสร้าง will + V/base +(obj) ไว้ เพื่อให้เห็นว่าเป็น main clause ของประโยคเงื่อนไขที่ “มีโอกาสเป็นไปได้จริงในปัจจุบัน” เหมือนกันครับ

จากประโยค "เพราะรู้ซึ้งถึงประโยชน์และคุณค่าของความรู้"
เราทำตรงนี้ให้เป็น Passive voice ก็ดีนะครับ โดยใช้ร่วมกับ กริยาช่วย ‘could’ ก็ไพเราะดีครับ ได้ว่า
Because advantages and values of the knowledge could be grasped.




ขอบคุณสำหรับการติดตามครับ ช่วยกด like ให้ด้วยครับ จะได้พบเห็นหน้าแฟนเพจของเรานี้ปรากฎในเพจทุกท่านบ่อยๆ ครับ ขอบคุณครับ


ช่วยกันแชร์ ช่วยบอกต่อด้วยนะครับ ผ่านทาง Social media ต่างๆ ของคุณครับ


With warm wishes,

Than Bristol House xx

www.bristolhouse.net/
www.facebook.com/ThanEnglishClub/
Bristol House English School
Call 085-164-6105
Email BristolHouse.SchoolofEnglish@gmail.com

พระบรมราโชวาท ร.๙ ใจความศิษย์กับครู (ตอน 4)

Royal Guidance;
พระบรมราโชวาท;



พระบรมราโชวาท (ต่อ ตอน 4)

สวัสดีปีใหม่ครับ แม้สัปดาห์นี้คนเริ่มเลิกทักสวัสดีปีใหม่กันแล้ว หรือบางบ้านได้เก็บต้นคริสมาสกลับใส่กล่องเรียบร้อยแล้ว แต่ก็อดคิดไม่ได้ว่าสิ้นปีนี้จะมาถึงไวกว่าเดิม จริงไหมละครับ? และไม่นานเราก็จะมาประกอบต้นคริสต์มาสกันอีก ฉลองปีใหม่กันอีก จะอย่าางไรก็แล้วแต่ ผมขอให้ตลอดปีนี้เป็นปีที่สุดยอด มหัศจรรย์กับทุกๆคนนะครับ โชคดีกันทุกคนทุกท่าน รวมถึงตัวผมเองด้วยครับ ^-^


การอ่านเป็นสิ่งมหัศจรรย์อย่างหนึ่งครับ ผมอยากขอให้คุณอ่านโพ้สนี้จนจบ แล้วจะเป็นประโยชน์กับคนที่ต้องเขียนภาษาอังกฤษต่อไปมากมายคับ อ่านเพียงเวลาไม่เท่าไร่ ผมขอให้สิ้นปีนี้ทุกคนเก่งภาษาอังกฤษอย่างดีเลิศเลยครับ ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไรจริงไหมครับ ให้เวลาตั้งปีนึง หลายท่านที่มาเรียนกับผมในคอร์สต่างๆ ผมจะดูแลเอง และตรวจการบ้านทุกคนตลอด เพราะเป็นโปรแกรมที่ผมมองว่าจะพัฒนศักยภาพให้ทุกคนเก่งอย่างมหัศจรรย์ และคนส่วนใหญ่เกิน 90% ประสบความสำเร็จกับโปรแกรมของผมครับ ขนาดเพียงเรียนกับผมเพียง 1 คอร์ส ทำให้หลายๆคนรู้สึกชอบภาษาอังกฤษขึ้นมากมาย เก่งภาษาอังกฤษได้เยอะ จับทางได้ถูกหลัก ไม่โดนใครหลอกอีกต่อไปแล้ว และไม่อายที่จะฝึกปรือ เรียนกับผมคอร์สละประมาณ 1-2 เดือนครับ เพียงแค่นี้ยังเห็นผลขนาดนี้ ถ้าทำตามโปรแกรมผมต่อไปสัก 11-12 เดือน ผมรับรองเลยครับว่าคุณจะเก่งเหมือนเจ้าของภาษาแน่นอน สนใจเรียนคอร์สไหน ลงเรียนได้ทางเว็ปไซต์นะครับ www.bristolhouse.net หรือโทร 085-164-6105 ครับ คนที่อยู่ไกลจากกรุงเทพหรืออยู่นอกประเทศไทยเลยก็เรียนกับผมได้ทางคอร์สวีดีโอออนไลน์นะครับ ที่หน้า www.bristolhouse.net/reg_onlinecourse.php มีข้อมูลอัพเดตเรื่อยๆ ครับ คุณภาพยอดเยี่ยมที่สุดครับ


ขอให้ผมแปลต่อเรื่องพระบรมราโชวาทคำสอนนะครับ ความเดิมโพ้สก่อนๆ เราได้แปลไปถึงไหนแล้ว ผมก๊อปมาให้ดูกันครับ อ่านซ้ำๆ สมาธิเกิด ก็จำได้ง่าย และเข้าใจได้ถูกต้องครับ เราถึงนี้กันแล้ว..


The most important responsibility of a student is to study with all one’s strength and to do so successfully. How to do that precisely? One should understand that one must have the knowledge to start with in making the way to future happiness and prosperity. If you don’t have the initial endeavour to study then there will be no chance and life will be gloomy and useless because of not having knowledge available. Once this is understood, you will enjoy studying, will make an effort to do it perseveringly and patiently. Because advantages and values of the knowledge could be grasped.

จากความเดิมตอนที่แล้วนี้ เราสังเกตได้นะครับว่าจบประโยคที่ Because … เห็นไหมครับ สิ่งที่สำคัญมากเรื่องหนึ่งที่่คนรู้แล้วจะมองข้ามไม่ได้ คือความเป็น main clause กับ dependable clause นะครับ ประโยคที่ขึ้นด้วย because นี้ ถือเป็น dependable clause เราจึงออกมาวางไว้ข้างนอกอย่างเดียวอย่างนี้ไม่เหมาะครับ อีกประการคือ เมื่อประโยคหน้าเป็น If clause อยู่แล้ว มันจะมี main clause และ if clause อยู่แล้ว หากเราใส่ คอมม่า แล้วรวมส่วน because clause เข้าไปอีก อาจจะทำให้เนื้อมันยืดเยื้อ ไม่กระชับครับ อย่าลืมว่างานชิ้นนี้ผมแปลมาจากภาษาไทย ทำให้รากฐานของการภาษาที่ใช้มันต่างกัน พูดง่ายๆ ก็คือจะให้ดีแป๊ะเหมือนเจ้าของภาษาทั้งไทยและอังกฤษ รักษาไว้ทั้งหมด ถือว่ายากมากครับ แต่ว่าเราก็แก้ได้ โดยเมื่อเข้าใจแล้วว่า because จะอยู่เป็นประโยคสมบูรณ์เดี่ยวๆ ไม่เหมาะ เราเปลี่ยนเป็น for ก็ได้ครับ ไพเราะดี ได้ความหมายเหมือนกัน และโครงสร้างเหมาะสมถูกต้องครับ ผมขอแก้เป็น for advantages and values of the knowledge could be grasped. นะครับ


เราก็ต่อกัน ว่า..

“การที่เรียนให้ดี ให้รู้วิชาแจ่มแจ้งลึกซึ้งได้นั้น นอกจากจะอยู่ทีความตั้งใจและความหมั่นเพียรแล้ว ยังอยู่มีความมีสัมมาคารวะความฉลาด ที่จะทำตัวให้เป็นที่เมตตาเอ็นดูของครูด้วย”


พิจารณาประธานประโยคเป็น “การที่จะเรียนให้ดี ...” ที่เหลือเป็นส่วนขยายนะครับ
แล้วหากริยาหลักของประโยค สำคัญมากที่สุดครับ ก็คือคำว่า “อยู่ที่..”
สังเกตว่าประโยคมี “นอกจาก…… ยังมี ……” เราเห็นได้ชัดครับ ว่าจะได้ใช้ Linking Expression ตัวที่งดงามมาก คำว่า “ไม่เพียงแต่ ….. ยังมี…...ด้วย” ครับ นั่นคือ Not only … but also….. ที่ต้องยึด parallelism ด้วยนะครับ


ได้ว่า..
To study well and to really get the grasp of it depends not only on determination and perseverance but also on respect ..

ต่อว่า “ที่จะทำตัวให้เป็นเมตตาเอ็นดูของครูด้วย” … ตรงนี้ต้องนำมาขยายคำว่า respect ข้างหน้าที่เขียนได้แล้ว นะครับ เราก็เอา that มาเชื่อมประโยคด้วย Relative clause ก็ได้ครับ
และเนื่องจากประโยคซับซ้อนมาก เราจะนำ that เป็นประธานต่อเลยไม่ได้ครับ ต้องหา which มาเชื่อมอีกที เพื่อแก้ปัญหากำกวมนะครับ แล้วค่อยสร้างประโยคสมบูรณ์ต่อท้าย ได้ว่า ..

that which you cleverly behave in ways to gain mercy and be loved by your teachers.

จะสังเกตได้ว่า คำว่า “ความฉลาด” ของประโยคพระบรมราโชวาทก่อน ผมนำมาทำเป็น adverb ว่า cleverly เอาไปขยาย ‘behave’ เพื่อให้ไวยากรณ์ภาษาอังกฤษงดงามครับ

อีกจุด ผมใส่ your ไว้หน้า teachers เพื่อชี้คำนามให้เหมาะสมนะครับ ไม่งั้นจะฟังดู “ครูทั่วๆไป” เกินไป ครับ

จึงรวมได้ว่า
To study well or to really get the grasp of it depends not only on determination and perseverance but also on respect that which you cleverly behave in ways to gain mercy and be loved by your teachers.

ส่วนคำว่า respect นี้ มีประโยคขยายยาวมาก ชี้เฉพาะเจาะจงได้ เราจึงใส่ the ไว้ข้างหน้าดีกว่าครับ

เป็น ..

To study well or to really get the grasp of it depends not only on determination and perseverance but also on the respect that which you cleverly behave in ways to gain mercy and be loved by your teachers.

อย่าลืมนำเอา Not only…. but also …. นี้ไปใช้กันนะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับประโยคทางการมาก ใช้ให้ถูกต้องละเท่ห์มากๆครับ ผมรับรอง

แล้วมาต่อกันคราวหน้าครับ

See you again soon,
Tel: 085-164-6105
BristolHouse.SchoolofEnglish@gmail.com
Bristol House Miracle of Knowledge

“Study in Bristol House’s online courses from wherever you are in the world, go to www.bristolhouse.net/reg_onlinecourse.php and enrol. “

พระบรมราโชวาท ร.๙ ใจความศิษย์กับครู (ตอน 5)

Royal Guidance;
พระบรมราโชวาท;



ตอนที่ 5 ครับ ความเดิมตอนที่แล้ว เราได้บทความภาษาอังกฤษแปลพระบรมราโชวาทส่วนหนึ่ง ได้ดังนี้ครับ


The most important responsibility of a student is to study with all one’s strength and to do so successfully. How to do that precisely? One should understand that one must have the knowledge to start with in making the way to future happiness and prosperity. If you don’t have the initial endeavour to study then there will be no chance and life will be gloomy and useless because of not having knowledge available. Once this is understood, you will enjoy studying, will make an effort to do it perseveringly and patiently. Because advantages and values of the knowledge could be grasped. To study well or to really get the grasp of it depends not only on determination and perseverance but also on respect that which you cleverly behave in ways to gain mercy and be loved by your teachers.

ต่อมา จากพระบรมราโชวาทกล่าวต่อดังนี้ครับ

“ถ้าทำตัวดี มีความอ่อนน้อมเคารพเชื่อฟังครู เอาใจช่วยเหลือครูในกิจต่างๆ แม้เล็กน้อยก็ไม่นิ่งดูดายหรือเฉยเมย ครูย่อมมองเห็นความดีในกายในใจของตัว จะรักใคร่เหมือนเป็นทั้งลูกทั้งศิษย์ จะยินดีสั่งสอนอบรมความรู้ความดีทุกอย่าง ให้โดยเต็มใจและจริงใจ ให้เล่าเรียนสำเร็จผลได้เต็มเปี่ยม จึงขอให้จำไว้และพยายามปฏิบัติให้ได้ทุกคน”

ส่วนแรกที่กล่าวมานี้ เราก็ใช้โครงสร้าง If clause ประโยคเงื่อนไขกันนะครับ แต่ว่าจะต้องหา if clause หลักไว้ 1 ประโยค และ main clause ไว้ 1 ประโยค ครับ ที่เหลือต้อง parallel หรือขนานโครงสร้างให้เหมือนกันไว้ครับ เพราะว่าประโยคเดิมยาวมาก ได้ว่า ..

If you are well-to-do and behave towards your teachers with respect and obedience, if you help your teachers in all affairs, no matter how little whilst not be unconcerned, teachers will definitely see your kindness of both your physical self and inner self, will love you as much as parents to a child, teachers to a student, will sincerely be glad to be teaching to you all knowledge and goodness with all their will in order that you fully accomplish your studies.


“จึงขอให้จำไว้และพยายามปฏิบัติให้ได้ทุกคน”
Hence, may each and every one of you remember and follow this accordingly.


ก็ถ้านำมารวมกับของเก่าทั้งหมดนะครับ เราจะได้งานสมบูรณ์อลังการงานสร้างนี้ว่า..


The most important responsibility of a student is to study with all one’s strength and to do so successfully. How to do that precisely? One should understand that one must have the knowledge to start with in making the way to future happiness and prosperity. If you don’t have the initial endeavour to study then there will be no chance and life will be gloomy and useless because of not having knowledge available. Once this is understood, you will enjoy studying, will make an effort to do it perseveringly and patiently. Because advantages and values of the knowledge could be grasped. To study well or to really get the grasp of it depends not only on determination and perseverance but also on respect that which you cleverly behave in ways to gain mercy and be loved by your teachers. If you are well-to-do and behave towards your teachers with respect and obedience, if you help your teachers in all affairs, no matter how little whilst not being unconcerned, teachers will definitely see your kindness of both your physical self and inner self, will love you as much as parents to a child, teachers to a student, will sincerely be glad to be teaching to you all knowledge and goodness with all their will in order that you fully accomplish your studies. Hence, may each and every one of you remember and follow this accordingly.


เพราะไหมละครับ? เห็นดูง่ายๆ ไพเราะและถูกต้องอย่างนี้ ผมนั่งตัวหมุนคิดได้สมาธิฉานระดับหนึ่งทีเดียวละครับ ^-^


ขอบคุณสำหรับการติดตามครับ ขอบคุณ คณ Punn Sensiriwattana อีกครั้ง ที่ถามเข้ามาครับ


See you next time,

Than Bristol House xx

www.bristolhouse.net
www.facebook.com/ThanEnglishClub/
Call 085-164-65105
than@bristolhouse.net

"คุยโตโอ้อวด" สำนวนภาษาอังกฤษใช้อย่างไร อ่านในโพ้สนี้ครับ

Idiom & Expression;

"ใหญ่โตจนลืมตัว"


มีสำนวนภาษาอังกฤษฟังลื่นหูมาฝากครับวันนี้ สำหรับใครชอบใช้สำนวน สถานการณ์ก็ทั่วๆไปครับ เห็นกันในทุกสังคม อาจมากหรือน้อยแตกต่างกัน นั่นคือสถานการณ์เวลาใครประสบความสำเร็จระดับหนึ่งแล้วทำตัวหยิ่งหรือใหญ่โตจนลืมตัวไปชั่วขณะ ภาษาอังกฤษเราใช้สำนวน "big head" หรือ "หัวโต" ครับ อย่าลืมว่าภาษาอังกฤษเรามีไวยากรณ์สำคัญมาก ต้องผันประเภทคำให้ตรงให้ถูกต้องด้วยนะครับ โดยตัวพื้นฐาน big head คือ "คำนาม" นะครับ ถ้าต้องการเป็น V/3 ก็ทำเป็น Big headed ในประโยคครับ


ตัวอย่างเช่น

I try not to get too big headed because I know the success I have achieved did not come easily.
ฉันพยายามจะไม่ลืมตัวจนเกินไปเพราะฉันรู้ว่าความสำเร็จที่ฉันได้มามันไม่ได้เกิดขึ้นมาอย่างง่ายดาย


สำนวนนี้ big head อย่างที่ผมบอกอะครับ ฟังดูลื่นหู ไม่แรงจนต้องโกรธ ถ้าให้ผมอธิบายต่อก็คือ ถ้าระดับความจองหองสูงไม่มาก เราก็ใช้ได้หลายกรณีเลยครับ แม้กระทั่งใครที่มีนิสัย "รู้ไปซะทุกเรื่อง" หรือ "คุยโวโอ้ได้ทุกเรื่อง" พวกนี้ ก็ big head ครับ เช่น


If you talk to Smith you'll realise how much of a big head he is. I don't think he really knows it all though.
ถ้าคุณพูดกับสมิธนะ คุณจะรู้ว่าเขาคุยโวโอ้อวดขนาดไหน แต่ฉันว่าเขาไม่ได้รู้จริงเท่าไหร่หรอก

หรือใครเวลาจะเข้าไปเกี้ยวพาราสีครั้งแรก ต้องให้ดูดี แต่อาจจะเกินไปหน่อย เราก็ใช้ได้ครับ เช่นว่า

He didn't have to get so big headed in order to flirt her.
เขาไม่จำเป็นต้องอวดอ้างใหญ่โตสารพัดขนาดนั้นตอนจีบเธอเลย


โอกาสใช้สำนวนของเราวันนี้มีเยอะนะครับ แนวๆ นี้ละครับ แบบที่พอรับได้ อย่างที่ได้กล่าวไป


เจอกันในโพ้สต่อไปครับ ติดตามอ่านกันต่อไปเยอะๆ นะครับ


Warm wishes,
Than Bristol House xx

www.bristolhouse.net
Call 085-164-6105
BristolHouseThailand@yahoo.com
บริสตอลเฮ้าส์ ปาฏิหาริย์ของความรู้

คำใหญ่คำโต แนะนำโดยโรงเรียน Bristol House ของเรา คำว่า quirk, to quirk, quirky

Talk Big Words;
คำใหญ่ คำโต;


วันนี้ ผมเลือกคำว่า quirk มาฝากครับ ซึ่งอ่านว่า "เควอ-ก" โดยเสียงสระแล้ว ออกแบบเดียวกับคำ work เลยครับ สบายมากละทีนี้ เราก็แค่เปลี่ยนเสียง พยัญชนะเป็น 'k' ก็ใช้ได้ละครับ


ต่อมาเราดูเนื้อหาความหมายกันครับ..


คำนี้มีสองความหมายหลักครับ


1) เป็น "คำนามนับได้" แปลว่า "สิ่งแปลกๆ น่าสนใจ ที่เกิดขึ้นโดยบังเอิญ" ออกแนว.."โดยพรมลิขิตอันประหลาดจริงหนอ" นะครับ ภาษาอังกฤษแท้ๆ เรามักใช้ร่วมกันเป็นสำนวน A quirk of fate เลยคับ ตัวอย่างเช่น

By a quirk of fate, the pair met and fell in love.
โดยพรมลิขิตอันน่าประหลาดใจนัก ทั้งสองคนเขาพบเจอกันและรักกัน


2) เราใช้อธิบาย "นิสัยหรือลักษณะบุคคลิกภาพ ที่แปลกๆ ไม่เหมือนชาวเค้า" ครับ ผมว่าน่าจะอธิบายได้ดี อย่างนี้เราคงนึกภาพออก เราต้องมีเพื่อนที่ quirk กันบ้างในห้องเรียนเรา ในกลุ่มเพื่อนร่วมงาน 


ผมขอย้ำให้จำได้เข้าใจถูกนะครับ คำนี้เป็น "คำนาม" ครับ ตัวอย่าง เช่น

Lawrence is fascinated by Jimmy's quirk that he loves writing stories in public places.
Lawrence เขาหลงใหลกับสิ่งที่ Jimmy มีนิสัยแปลกๆ ที่เขาชอบนั่งเขียนบทความโดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานที่สาธารณะ


ต่อไปถ้าเป็นคำ "กริยา" ละครับ ถามว่าใช้ได้ สำหรับคำนี้ได้อยู่ครับ ..


ในความหมายนี้ เราสามารถใช้ในหน้าที่ "กริยา" ได้ครับ โดยพอเป็นกริยาจะหมายความว่า "ทำอากับกริยาแปลกๆ ไม่เป็นธรรมชาติของสัดส่วนร่างกาย" ครับ เช่นตัวอย่างง่าย ๆ ว่า


She quirked her neck in a peculiar way.
เธอหันคอเธออย่างน่าประหลาดทีเดียว


หรือ ถ้าทำเป็น Adjective ซะ คำนี้ก็ทำได้นะครับ โดยใส่ +y เข้าไป ได้ว่า quirky ออกเสียงว่า "เควอ-ก กี้" นั่นเองครับ ซึ่งจะใช้เป็นสำนวนเลยครับ ว่า "แปลกและยอดเยี่ยม" หรือแนว "กิ๋บเก๋" ของไทยเราละครับ ตัวอย่างประโยคสวยๆ เช่นว่า


I really those shoes. They'are quirky, aren't they?
ฉันชอบรอบเท้านั้นจังเลย มันแปลกๆ และสวยดีเนอะ ว่ามั้ยละ?


Let me try taking some quirky photos for you.
มา ลองให้ฉันถ่ายรูปเก๋ๆ แปลกๆ ให้เธอนะ


นำไปใช้ได้เยอะครับในชีวิตประจำวัน หรือใครจะไปใช้เขียนในข้อสอบก็จะถือเป็นการอธิบายเรื่องราวได้ดีทีเดียวครับ อย่าลืมว่าเรื่องราว quirky ต้องหมายถึง "แปลก ไม่ตามกระแสเหมือนชาวบ้านเขา และกิ๊บเก๋" นะครับ ขอบคุณสำหรับการติดตาม และสวัสดีครับ

With best wishes,

Than Bristol House xx

www.bristolhouse.net
บริสตอลเฮ้าส์ ปาฎิหาริย์ของความรู้

Wednesday, 3 October 2018

แปลเพลง Lady In Red เป็นไทยเพราะๆ

World of Music;
โลกของเสียงเพลง;


ยังไงเดือนนี้ผมขอโลกสวยกับความรักสักหน่อยครับ นึกถึงเพลงนี้ได้ก็หลุดรอดมาสู่อารมณ์โรแมนติกได้พักนึงครับ ให้ผมแปลเป็นไทยและเรียนรู้ภาษาอังกฤษดีๆ กันจากเพลงนี้นะครับ Lady In Red อันนี้เอาใจคนชอบฟังเพลงเก่าโดยเฉพาะเลย หวังว่าทุกคนคงชอบ ผมขอบอกก่อนนะครับว่าเพลงมันเพราะมาก อย่างไรก็ตามพอแปลเป็นภาษาไทยให้รักษาคำศัพท์ไว้ ถ้าใครหัวเราะตลก อย่าโทษผมนะครับ แสดงว่าคุณโรแมนสะติกไม่พอนะครับ ต้องเพิ่มปริมาณเติมคำรักในภาษาเราด่วน!! ;-)

Lots of luv,

Than Bristol House xx

Chris De Burgh - Lady in Red (Lyrics on screen)

https://youtu.be/y_5iEv0gnjo

====

"The Lady In Red" - Chris De Burgh

I've never seen you looking so lovely as you did tonight,
ฉันไม่เคยเห็นเธอดูสวยงามอย่างในค่ำนี้มาก่อน


I've never seen you shine so bright,
ฉันไม่เคยเห็นคุณเจิดจรัสงดงามขนาดนี้


I've never seen so many men ask you if you wanted to dance,
ฉันไม่เคยผู้ชายมากมายขนาดนี้มาร้องขอเต้นรำกับเธอ


They're looking for a little romance, given half a chance,
พวกเขามองหาโรแมนสักหน่อย ใครเล่าจะพลาดโอกาส
(given half a chance เป็นสำนวนแปลว่า “จะทำแน่ๆหากมีโอกาส”)


And I have never seen that dress you're wearing,
และฉันไม่เคยเห็นชุดที่เธอใส่อยู่มาก่อน


Or the highlights in your hair that catch your eyes,
หรือไฮไลท์ทรงผมเธอที่โดดเด่น


I have been blind;
ฉันมันคนตาบอดมาก่อน

The lady in red is dancing with me, cheek to cheek,
ผู้หญิงชุดแดงกำลังเต้นรำกันฉันอยู่ แก้มเราใกล้กัน

There's nobody here, it's just you and me,
ไม่มีใครอยู่ที่นี่ มีแต่เธอกับฉัน


It's where I want to be,
นี่แหละที่ฉันอยากอยู่

But I hardly know this beauty by my side,
แต่ฉันแทบไม่เคยรู้ถึงความงดงามข้างกายฉัน


I'll never forget the way you look tonight;
ฉันไม่มีทางลืมภาพเธอคืนนี้ได้


I've never seen you looking so gorgeous as you did tonight,
ฉันไม่เคยเห็นเธอสวยสง่างามอย่างคืนนี้มาก่อน


I've never seen you shine so bright, you were amazing,
ฉันไม่เคยเห็นเธอเจิดจรัสงดงาม เธอช่างมหัศจรรย์มาก


I've never seen so many people want to be there by your side,
ฉันไม่เคยเห็นคนมากมายอยากจะอยู่ข้างๆเธออย่างนี้มาก่อน


And when you turned to me and smiled, it took my breath away,
และเมื่อเธอหันมามองฉันด้วยรอยยิ้ม ลมหายใจฉันแทบจะหยุดเต้น


And I have never had such a feeling,
ฉันไม่เคยรู้สึกอย่างนี้มาก่อน

Such a feeling of complete and utter love, as I do tonight;
ความรู้สึกของความสมบูรณ์และรักอันสุดซึ้ง อย่างที่ฉันรู้สึกคืนนี้


The lady in red is dancing with me, cheek to cheek,
ผู้หญิงชุดแดงกำลังเต้นรำกับฉัน แก้มของเราใกล้กันมาก

There's nobody here, it's just you and me,
ไม่มีใครอยู่ที่นี่เลย มีเพียงเธอและฉัน


It's where I want to be,
ที่นี่คือที่ที่ฉันอยากอยู่


But I hardly know this beauty by my side,
แต่ฉันไม่เคยได้เห็นความงดงามของเธอข้างกายฉันมาก่อน


I'll never forget the way you look tonight;
ฉันไม่มีทางลืมภาพเธอคืนนี้ไปได้



I never will forget the way you look tonight…
ฉันไม่มีทางลืมภาพของเธอคืนนี้ไปได้


The lady in red, the lady in red,
ผู้หญิงใส่ชุดแดงคนนั้น ผู้หญิงใส่ชุดแดงคนนั้น

The lady in red, my lady in red,
ผู้หญิงใส่ชุดแดงคนนั้น ผู้หญิงใส่ชุดแดงของฉัน


I love you…
ฉันรักเธอ...

****