Wednesday, 3 October 2018

ความรู้เรื่อง "กล้วย" ด้านอาหารและยาเป็นภาษาอังกฤษครับ มีคำแปลไทยพร้อม!!

Love Your Health;


วันนี้มีข้อความเพื่อความรู้การรักษาสุขภาพมาฝากครับ มันคือ 'ประโยชน์ของกล้วย' ต้องขออภัยล่วงหน้าสำหรับการแปลเรื่องอาหารและยาทางการแพทย์นี้ที่ผมไม่ค่อยรู้ศัพท์เฉพาะทางเท่าไหร่ครับ ยังไงหวังว่าจำจับจุดถึงประเด็นสำคัญได้ครับ ผิดตรงไหนโปรดบอกด้วยครับ


ยิ่งไปกว่านั้น เอกสารเหล่านี้ สำหรับนักเรียนนักศึกษาอาจพบได้ในข้อสอบ Reading ของภาษาอังกฤษแน่นอนครับ ผมขอแนะนำว่า ฝึกอ่านช้าๆ มองให้เห็นแกรมม่าทั้งประโยค และทำความเข้าใจคำศัพท์ใหม่ๆ ครับ เพราะจะเกิดประสบการณ์ที่ดีจริง หยิบยกไปใช้ประโยชน์ได้ในอนาคตอันใกล้ได้ครับ


Banana: It is found that banana extract can control intrinsic carcinogens such as aflatoxin B1. Animal studies found that magnesium deficiency could significantly weaken the body's ability to fight cancer cells. Banana contains magnesium and potassium to help prevention of cancer. Banana benefits colorectal cancer patients in alleviating symptoms resulted from radiotherapy.

กล้วย : พบว่าสารสกัดจากกล้วยสามารถควบคุมสารก่อมะเร็ง (carcinogens) เช่นจำพวก aflatoxin B1. จากการศึกษาสัตว์พบว่า การขาดแมกนิเซียมสามารถทำให้ความสามารถของร่างกายในการต่อสู้เซลล์มะเร็งอ่อนแอลงอย่างมาก กล้วยมีแมกนิเซียม () และโปแทสเซียม () ซึ่งจะช่วยป้องกันมะเร็ง กล้วยนั้นเป็นประโยชน์มากต่อคนไข้ที่เป็นมะเร็งเนื้องอกลำไส้ในเรื่องการบรรเทาอาการต่างๆ ที่เป็นผลมาจากการทำรังสีบำบัด (radiotherapy)


Million-Dollar Vocab;

** intrinsic (adj) = แปลว่า "เนื้อแท้" อ่านว่า "อิน เทริน ซิก" โดยเน้นเสียงพยางค์ "เทริน" นะครับ เน้นผิดพยางค์จะทำให้ฟังไม่รู้เรื่องได้ครับ คำไหนไม่แน่ใจว่าเน้นคำไหน ผมขอแนะนำให้เปิดดิกชั่นนารี่ทางอินเตอร์เน็ตก่อนครับ

** alleviate (v) = แปลว่า "บรรเทา" อ่าน "อัล ลี้ วิ เอต" เน้นพยางค์ที่ "ลี้" ครับ


กินกล้วยกันเยอะ ๆนะครับ สุขภาพดี ป้องกันมะเร็งได้ ขอบคุณสำหรับการติดตามครับ


Take great care of yourself,


Than Bristol House xx

Visit www.facebook.com/ThanEnglishClub
www.bristolhouse.net
Call (+66) 085-164-6105
BristolHouseThailand@yahoo.com
Bristol House Miracle of Knowledge

"ออกแรงหน่อยเพื่อน"

Idiom & Expression;
สำบัด สำนวน;


ที่โรงเรียนบริสตอลเฮ้าส์ของเรา ผมเปิดสอนคอร์สภาษาอังกฤษหลายวิชาครับ โดยเฉพาะนักเรียนนักศึกษาที่จะต้องสอบ รวมถึงผู้ใหญ่ที่ต้องการพัฒนาภาษาอังกฤษให้ดีเยี่ยม เรียนภาษาอังกฤษจะสนุกมากขึ้นถ้าเราได้คำแนะนำที่ถูกต้องจากมืออาชีพครับ จะได้ไม่ต้องเสียเวลาไปกับปัญหาคาใจ ยิ่งภาษาอังกฤษสมัยนี้หลายสำนักสอบสามารถสอบได้หลายครั้ง อย่างไรก็ตามหลายคนเข้าสอบกี่ครั้งๆคะแนนก็ไม่กระเตื้องขึ้นเท่าไหร่ อย่างนี้แสดงว่ามีบางอย่างที่คุณไม่รู้ ไปมั่วอย่างเดียวคะแนนก็ไม่ขึ้นครับ ผมมีคำตอบดีๆจากทุกคำถามให้คุณแน่นอนครับ โทร 085-164-6105 หรือสมัครเรียนทันทีทางเว้ปไซต์ครับ ที่ www.bristolhouse.net


ขอขอบคุณ Apple Tutor สำหรับสถานที่ติวกันครับ ที่ถนนประชาอุทิศ ตรงข้าม KMUTT เทคโนพระจอมเกล้าฯ บางมด (https://www.google.co.th/…/data=!4m5!3m4!1s0x0:0x9da52bf516…)


ความรู้เรื่องสำนวนเราก็ค่อยๆ เรียนรู้กันไปนะครับ วันละคำ สองคำ ก็ยังดี วันนี้ผมมีสำนวนดีที่จะเป็นประโยชน์กับทุกคนที่ทำงานและมีเพื่อนร่วมงานครับ เพราะเราทุกคนคงเคยได้ทำงานแล้วอยู่กลุ่มเดียวกับคนขี้เกียจจริงไหมละครับ ก็จะมีคนทำงานพวกนึง และคนขอเถไปด้วยพวกนึง ประเด็นที่เขาทำไม่ทำงานให้เต็มที่เต็มแรงนี้คงมีเหตุผลหลายประการ ใครมีคำแนะนำเด็ดๆ ช่วยกันด้วยครับ เอาเป็นว่าในภาษาอังกฤษ ถ้าเราอยากจะบอกให้เขาทำงานให้สมน้ำสมเนื้อ ให้เท่าๆ กับคนในกลุ่มหน่อย อย่าเอาแต่อ้อยอิ่งรอให้งานเสร็จแล้วก็จะใส่ชื่อตัวเองไปด้วยอย่างเดียว ภาษาอังกฤษเราก็มีสำนวนนี้ไว้ใช้ได้ครับ


Pull one's weight


โดยแปลตรงตัวก็คือ "ดึงน้ำหนักตัวเองหน่อย" ตรงคำ adjetive แสดงความเป็นเจ้าของก็เปลี่ยนไปตามคำนามที่อ้างในประโยคนะครับ


ที่มาของคำผมจินตนาการว่าสำนวนนี้มาจากการวัดตวงตราชั่ง หรือไม่ก็เหมือนตอนเราเล่นชักเยอละครับ แต่ผมยังไม่เคยเห็นฝรั่งเล่นชักเยอกันตอนสมัยผมไปเรียนหรือทำงานที่อังกฤษครับ จะว่าไปก็มีหลายอย่างที่ผมยังไม่เห็น แม้ว่าจะพำนักอยู่ได้ 8 ปีก่อนกลับเมืองไทยก็ตาม แต่มานั่งนึกดู อากาศที่นั่นหนาวมากครับ ถ้าช่วง summer อากาศดีเขาคงไปเตะบอล ไปเดินเล่นกัน แต่ชักเยอท่าจะไม่มีนะครับ ก็น่าทำให้ที่มาเป็นตราชั่งครับ ตราชั่งสมัยก่อนที่ใช้แรงโน้มถ่วงดึงหรือห้อยของ 2 สิ่งเอาไว้ที่ 2 แขนของตราชั่งครับ เพราะว่าถ้าฝั่งหนึ่งของมีน้ำหนักเยอะ แต่อีกฝั่งนึงน้ำหนักน้อย มันก็จะดึงกันให้สมดุลย์ไม่ได้ครับ ขาดความสมดุลย์เครื่องชั่งก็เอียงกระเท่เล่สิครับ ธรรมชาติมีแรงโน้มถ่วงที่สมดุลยตลอดการนำมาใช้วัดน้ำของมวลสารในโลกครับ อันนี้ผมจินตนาการเอาเองครับ ผมจะได้จำได้ตลอดไป ใครสนใจที่มาของคำที่ชัดเจนควร reseach ต่อเองนะครับ คราวนี้พอเป็นสำนวนภาษาอังกฤษนี้ เราใช้เป็นส่วนกริยาของประโยคนะครับ ใช้อธิบายกริยาพวก "ไม่ออกแรงอะไรเลย" อะครับ ตัวอย่างเช่น

The rest of the team complained that Laura wasn't pulling her weight.
คนอื่นในทีมร้องเรียนว่า Laura ไม่ได้ออกแรงทำงานให้เต็มที่เท่าทีมงานคนอื่น


หรือเช่น

We will finish in time if we each pull our weight.
เราจะทำงานเสร็จทันเวลาถ้าพวกเราแต่ละคนออกแรงกันเต็มที่


ขอบคุณสำหรับการติดตามครับ แล้วเจอกันคราวหน้าครับ

All the best,

Than Bristol House xx
Visit www.bristolhouse.net
www.facebook.com/ThanEnglishClub/
Call 085-164-6105
Bristol House Miracle of Knowledge

"พีงชนะคนตระหนี่ด้วยการให้"

ภาษาอังกฤษใกล้ตัว;


ภาษาอังกฤษดีๆ เราสามารถเรียนรู้จาก Postage Stamp ก็ได้ครับ ผมมีภาพมาฝาก


ประโยคเขียนว่า ..


"Conquer the miser by liberality."
"พึงเอาชนะคนตระหนี่ด้วยการให้"



ไพเราะและรู้สึกเป็นสุขใจดีครับ อยากขอบคุณผู้ออกแบบ stamp นี้ น่าสะสมมากกครับ และอยากขอบพระคุณพ่อแม่ของผมที่สั่งสอนให้ลูกๆเป็นคนดี คนขยัน และรู้จักการให้ครับ ท่านปฏิบัติเป็นตัวอย่างให้เห็นที่ดีที่สุดครับ ผมจำได้และเรียนรู้มา และจึงทำให้ผมอ่านคำสอนนี้แล้วรู้สึกดีมากๆ


คำศัพท์น่ารู้เหล่านี้ออกเสียงอย่างไร มาดูกันนะครับ
** conquer เป็น verb ครับ ออกเสียงว่า "คอน เคอ" เน้นเสียงพยางค์ "เคอ" นะครับ
** miser เป็น adjective ออกเสียงว่า "ไม เซอร์" เน้นเสียงพยางค์ "ไม" ครับ


Warm wishes,


Than Bristol House xx

Visit www.bristolhouse.net
www.facebook.com/ThanEnglishClub/
Call 085-164-6105
Bristol House Miracle of Knowledge

พีงเอาชนะความร้ายด้วยความดี



ภาษาอังกฤษใกล้ตัว;

Conquer evil by good.
พึงเอาชนะความร้ายด้วยความดี



Best wishes,

Than Bristol House xx

Visit www.bristolhouse.net
www.facebook.com/ThanEnglishClub/
Call 085-164-6105
Email BristolHouseThailand@yahoo.com
Enrich Your English at Bristol House Today

I must be cruel, only to be kind.

Proverb In Use;
สุภาษิตอังกฤษน่ารู้;


สวัสดีครับ ผมชื่อ Than จากบริสตอลเฮ้าส์ครับ สืบเนื่องจากที่ผมได้ชมคลิป BBC Learning English ของสุภาษิตนี้ครับ จริงๆแล้วก็เพิ่งรู้ครับว่าเป็นสุภาษิต เพราะที่ผมเคยได้ยินฝรั่งพูดกันไม่ว่าจากกับเพื่อนฝูงหรือจากสื่อต่างๆ มันก็น่าจะคาดเดาได้ง่ายอยู่นะครับ สุภาษิตนั้นคือ

I must be cruel, only to be kind.

พอเดาได้ไหมครับ? ว่าแปลว่าอะไร?

นั่นคือ แปลตรงตามตัวได้ว่า "ฉันต้องโหดร้าย เพื่อจะได้ใจดี" ครับ


ทำให้เราเข้าใจได้ว่ามันคล้ายคลึงกับสำนวนไทย ประมาณว่า "รักวัวให้ผูก รักลูกให้ตี" ครับ แน่นอนว่าหลายคนรักลูกมากจนไม่กล้าว่า ไม่กล้าสอน กลัวลูกจะโกรธ เติบโตขึ้นมาก็จะเป็นปัญหาต่อสังคมโดยรวม เพราะเขาแยกแยะไม่ออกว่าอะไรควร อะไรไม่ควรครับ สำนวนภาษาอังกฤษนี้จะสื่อแนวนั้นละครับ ว่า "จำเป็นต้องโหดร้าย หรือต้องพูดความจริงแม้มันจะเจ็บปวดที่จะรู้ เพื่อจะได้รับทราบกัน และเดินหน้าต่อไปจากจุดนี้อย่างมีความสุข" ครับ


ที่มาของสำนวนนี้เป็นภาษา Shakespears ครับ ตั้งอดีตกาลนานหลายปีแล้ว แต่ยิ่งทุกวันนี้ยิ่งพิสูจน์ให้เห็นว่าโลกยังมีความคล้ายคลึงกันอยู่ครับ เรามาถึงจุดที่หลายคนยังมองไม่ออกว่า คนพูดดี จริงๆ แล้วมีเจตนาดีหรือเปล่า หรือคนพูดร้าย จริงๆ แล้วมีเจตนาร้ายหรือเปล่า หรือถ้าแปลงเข้าสู่ประเด็นชาวพุทธ ในฐานะที่ผมเคยบวชพระแล้ว เช่นว่าคนเป็นพระสงฆ์ จำเป็นต้องห่มผ้าเหลืองอย่างเดียวหรือเปล่า แล้วคนที่ห่มผ้าเหลือจีวรพระ จำเป็นต้องเป็นพระเสมอไปหรือเปล่า สำหรับบางคนไม่ใช่เรื่องยากที่จะเข้าใจครับ แต่บางคนก็อาจบอกว่าว่ายาก ไม่เข้าใจก็เป็นได้ ก็น่าคิดต่อไปนะครับ (คือคิดต่อว่าจะเลือกฟังคนไหน หรือเลือกเชือหรือไม่เชื่อใคร อะนะครับ..)


ชมคลิปนี้ ตำนานสนุกๆ และตัวอย่างการใช้สุภาษิตนี้ครับ


I must be cruel, only to be kind - Shakespeare Speaks
https://youtu.be/M42Gp-AqKQo



คงจำได้ไม่ยากครับ สุภาษิตเพราะๆ วันนี้ ขอบคุณสำหรับการติดตามครับ ฝากแชร์ให้คนที่คุณรัก และกด like ด้วยครับ


Best wishes,


Than Bristol House xx

Visit www.bristolhouse.net
www.facebook.com/ThanEnglishClub/
Call 085-164-6105
Bristol House Miracle of Knowledge

วิธีการฝึกสมาธิประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันเป็นภาษาอังกฤษครับ ผมนำมาแปลเป็นไทยเพราะๆ ให้อ่านกัน

The Buddha's Enlightenment;


ช่วงนี้หยุดยาววันพระใหญ่ ผมขอแปลบทความตัดมาครับ เป็นความรู้หลักพุทธเรื่องการทำสมาธิมาฝากครับ ได้ความรู้ธรรมะด้วย และภาษาอังกฤษด้วยครับ

When standing, walking, sitting, and lying down, keep your mindfulness continuous at all times. This is called practicing meditation (kammatthana) correctly. The reason why our mindfulness isn't continuous is because we don't do it. "Doing it" isn't something the body does. The mind is what does it. If we do our mindfulness so that it's continuous, so that we're constantly aware, it's like drop of water that flow continuously so that they become a continuous stream of water. If you train the mind in this way, your meditation will progress quickly and well.


But these days, people go practice vipassana for three days, seven days, ten days, fifteen days, and then they come out of retreat. They say that they've already done vipassana and they're good at it. So they go to sing and dance and play around. When that happens, their vipassana is gone and they don't have any left. When they do all kinds of unskillful things that stir up the heart and damage it like this, you can't call it "practice". It's a mode of practice like planting a tree where your plant it today and then, in three days' time, you pull it up and plant it over there. Then, after another three days, you pull it up again. The tree is going to die and you won't get to eat the fruit. Meditation can die in just the same way.


Source: Dhamma Wisdom

แปลเป็นไทยได้ดังนี้ครับ


เวลาที่คุณยืน เดิน นั่ง และนอนลง อยู่นั้น ให้รักษาสติวิปัสสนาให้ต่อเนื่องอยู่ตลอดเวลา อย่างนี่เรียกว่าการทำสมาธิกรรมฐานด้วยการปฏิบัติอย่างถูกต้อง เหตุผลที่ความมีสติของเราไม่ต่อเนื่องก็เพราะว่าเราไม่ทำมัน "การทำ" นี้ไม่ใช่สิ่งที่เราใช้กายทำ เราใช้ความคิดจิตใจทำ. หากเราฝึกสติเพื่อให้เกิดสติอย่างต่อเนื่อง ทำให้เราตระหนักรู้อยู่ตลอด อย่างนี้มันเหมือนหยดนำ้ที่ไหลอย่างต่อเนื่องจนทำให้กลายเป็นสายนำ้ หากคุณฝึกความคิดจิตใจแบบนี้ สติของคุณจะก้าวหน้าอย่างรวดเร็วและอย่างดี


แต่สมัยนี้ หลายคนไปฝึกทำสติวิปัสสนาได้ 3 วัน 7 วัน 10 วัน 15 วัน แล้วเขาก็ออกมาจากช่วงเวลาสัษโดษ พวกเขากล่าวว่าได้เคยทำวิปัสสนาแล้วและพวกเขาเก่งแล้ว แล้วก็ออกไปร้องไปเต้นไปเล่นเรื่อยเปื่อย เมื่อเป็นอย่างนี้แล้ว วิปัสสนาของเขาก็หายไปไม่เหลือ เวลาพวกเขาทำสิ่งทั้งหลายใดๆที่ไม่ก่อเกิดทักษะที่มันทำให้ใจขุ่นมัวอย่างนี้ คุณจะเรียกมันว่า 'ฝึกปฎิบัติ' ไม่ได้ เพราะมันก็เหมือนการฝึกเหมือนเอาต้นไม้ไปปลูกไว้ที่นึงวันนี้ หลังจากนั้นได้ 3 วันก็ถอนมันออกแล้วไปปลูกอีกที่นึง หลังจากนั้นอีก 3 วันก็ถอนต้นไม้อีก ต้นไม้ก็ตายได้แล้วคุณก็จะไม่เก็บดอกกินผลจากมัน การทำสมาธิอาจสูญสิ้นไปได้ในแบบเดียวกันที่กล่าวมา


แหล่งจาก : ปัญญาธรรม


ขอให้มีความสุขมากๆครับ


Lots of love,

Than Bristol House xx

Visit www.bristolhouse.net
www.facebook.com/ThanEnglishClub/
www.youtube.com/channel/UCqtpB0APy3Iy6ZPScLdjlZg
Call 085-164-6105
Bristol House Miracle of Knowledge

"แล้วฉันจะคอยให้กำลังใจเธอนะ" ...พูดอย่างไรเป็นภาษาอังกฤษเพราะๆ

Idiom & Expression;
สำบัด สำนวน;


สวัสดีครับ ผมชื่อแทน จากบริสตอลเฮ้าส์ครับ ขอบคุณทุกท่านที่อ่านครับ


ก่อนอื่นเลย ท่านใดต้องการเรียนภาษาอังกฤษกับผม ผมสอนเอง เน้นใช้ภาษาอังกฤษจริงครับ ทางสถาบันได้ปรับลดราคาค่าเรียน และเพิ่มชั่วโมงเรียนหลายคอร์ส หากคุณสนใจ โปรดเข้าไปอัพเดตข้อมุลในเว็ปไซต์ครับ
www.bristolhouse.net/on-campus-courses.php

ส่วนคอร์สออนไลน์ที่เป็นวีดีโอ มีเปิดสอนหลายวิชา ผมกำลังทำหลักสูตรใหม่อยู่เรื่อยๆ ครับ ตอนนี้เข้าไปดูได้ว่าสนใจเรียนคอร์สไหนดี www.bristolhouse.net/reg_onlinecourse.php ครับ


ฝากช่วยแชร์บล๊อกผมให้เพื่อนๆคุณผู้อ่านด้วยครับ แชร์ผ่าน Social media ก็ได้ก็ดีครับ..


เข้าสู่ประเด็นสำนวนวันนี้ ผมตั้งใจเขียนมาก หวังว่าคุณอ่านแล้วจะนำไปใช้ได้แน่นอนครับ ยาวหน่อยนะครับ อ่านแล้วจะเป็นประโยชน์มาก ..


.. เนื่องจากหลายคนถามผมครับว่า อยากจะหาคำเพราะๆ สักคำ เพื่อบอกว่า "จะคอยสนับสนุนเธอนะ" หรือแนว "คอยให้กำลังใจ" หรือแนว "ฉันจะคอยปกป้องดูแลเธอนะ" ภาษาอังกฤษเพราะๆ จะใช้คำไหนดี ผมอยากให้ทุกคนทราบถึงสิ่งที่สำคัญที่สุดของภาษาอังกฤษครับ นั่นคือเรามีสำนวนใช้เยอะมากจริงๆ แล้วส่วนใหญ่ใน 1 ความหมาย เราอาจมีสำนวนให้เลือกใช้มากกว่า 1 สำนวนครับ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ พอเราเข้าใจที่ผมบอกแล้ว การ "เรียน" ภาษาอังกฤษก็กลายเป็นการ "ใช้" ภาษาอังกฤษครับ นั่นคือฝึกปฏิบัติเรียนรู้ตลอดเวลาและตลอดไปครับ

ถ้าเราจะพูดตรงๆ เราก็บอกได้ครับ ว่า
I will always support you. แปลว่า "ฉันจะคอยสนับสนุนคุณตลอด"

ตัวอย่างเช่น
A) I think I want to run for team leader.
B) That's a good idea. I will always support you.

A) ฉันคิดว่าฉันจะสมัครเป็นหัวหน้าทีม
B) เป็นความคิดที่ดีเลย ฉันจะคอยสนับสนุนคุณ

หรือ
You have my support. ในประโยคนนี้ คำว่า Support เป็นคำนามได้ครับ ก็แปลตรงตามตัวได้ความหมายตามใจต้องการ ว่า "คุณได้รับการสนับสนุนของฉัน"

ตัวอย่างเช่น
A) I am quite worried about the recent job application I've made.
B) Don't you worry. I truly hope you get it. You have my support.

A) ฉันรู้สึกกังวลใจเรื่องงานที่เพิ่งสมัครไปจังเลย
B) คุณไม่ต้องคิดมากหรอก ฉันว่าคุณจะได้งานนี้ คุณได้รับการสนับสนุนของฉันเสมอ


ส่วนถ้าเป็นสำนวนอังกฤษวันนี้ ความหมายดังกล่าวด้านบน ผมคิดออกได้ 2 สำนวนครับ รับรองว่าถึงใจมาก นำไปใช้กันนะครับ ดังนี้

สำนวนแรก

I'm right behind you. ซึ่งตรงตามตัวครับ แปลว่า "ฉันจะคอยอยู่ข้างหลังเธอ" เราใช้สื่อว่าจะคอยดูหลัง ระวังหลังให้ จะคอยสนับสนุน หากผิดพลาด หากล้มเทลงมา ก็จะคอยโอบกอดจับไว้ให้ปลอดภัยครับ


ข้อสังเกตนิดนึงนะครับ แต่สำคัญมาก คำว่า right behind you นี้ ตัว adverb 'right' นี้ จะขาดไม่ได้เลยนะครับ คือต้องใช้ควบกันเพื่อให้ได้ความหมายลึกซึ้ง right นี้แปลว่า "ตรงนี้" เหมือนว่าจะไม่หนีไปไหนไกลครับ จะคอยดูแลให้กำลังใจอยู่ตลอดเวลาครับ


ตัวอย่างเช่น

A) I don't know what to do with this situation because I couldn't see how it's going to turn out.
B) You know, whatever you do, I'm right behind you.

A) ฉันไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรกับสถานการณ์นี้ดี ฉันมองไม่ออกจริงๆว่ามันจะกลายเป็นอย่างไร
B) คุณรู้ไหม ไม่ว่าคุณจะทำอย่างไร ฉันจะคอยอยู่ข้างหลัง จะคอยสนับสนุนคุณเสมอ

สำนวนที่ 2

You have my back. ตัวนี้ back ผมเชื่อว่าน่าจะมาจาก back up หรือ "กำลังสำรอง" นะครับ ไพเราะมากทีเดียว ถูกใช้ในการให้การสนับสนุน ให้กำลังใจทุกอย่าง รวมถึงการปกป้อง โดยเฉพาะถ้าเป็นเรื่องราวของคนเมือง ก็อาจจะรวมถึงการสนับสนุนทางด้านการเมืองได้ครับ แต่ข้อสังเกตที่ผมต้องเน้นย้ำอีกประการก็คือ เราต้องพูด กริยา "have" ให้ชัดเจน ให้เป็นรูปปัจจุบันนะครับ เพื่อให้ได้ความหมายว่าเป็นเรื่องจริงปัจจุบัน หากปรับเป็นอดีต (had) เมื่อไหร่ ละก้อ มันจะกลายเป็นเรื่องอดีตนะครับ (และนั้นคือปัจจุบันไม่สนับสนุนแล้ว)

ตัวอย่างนะครับ
A) So I'm going on this adventure now. I will miss you.
B) You always have my back. Have fun and see you soon.

A) ฉันจะไปผจญภัยนี้ละนะ ฉันจะคิดถึงคุณ
B) ฉันจะคอยให้กำลังใจสนับสนุนคุณอยู่เสมอ เที่ยวให้สนุกแล้วเจอกันใหม่


แฟนเพจเราคิดเห็น นึกประโยคใหม่ๆ หรือนอกเหนือจากนี้ ก็แชร์กันบ้างนะครับ ขอบคุณล่วงหน้าครับ


ขอบคุณสำหรับการติดตามและบอกต่อครับ แล้วเจอกันใหม่


Best wishes,

Than Bristol House xx
Visit www.bristolhouse.net
www.facebook.com/ThanEnglishClub/
www.youtube.com/channel/UCqtpB0APy3Iy6ZPScLdjlZg
Call 085-164-6105
Bristol House Miracle of Knowledge